myRSS by MyReadyWeb.com http://www.myreadyweb.com/ ข้อมูลล่าสุดของบทความ en-us ฟรี!! เว็บสำเร็จรูป สร้างเว็บ ทําเว็บ สร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ รับทําเว็บไซต์ ทำเว็บ การสร้างเว็บไซต์ http://www.myreadyweb.com/ http://www.myreadyweb.com/images/front/logo-print.jpg 240 66 ทําเว็บ สร้างเว็บ ด้วยสุดยอดระบบ เว็บสำเร็จรูป การสร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ จะเป็นเรื่องง่ายๆ ฟรี สร้างเว็บ ทำเว็บ สร้างเว็บไซต์ ที่ MyReadyWeb.com สเปรย์เคลือบสีรถกับครีมเคลือบสีรถแตกต่างกันอย่างไร http://somnuknewshop.com/article/topic-66723.html <strong style="font-size: 18px;"><u>สเปรย์เคลือบสีรถกับครีมเคลือบสีรถแตกต่างกันอย่างไร</u></strong><br /> <br /> <u style="font-size: 18px;"><span style="color:#800000;">ขออธิบายแบบภาษาบ้านๆและกันนะครับจะได้เข้าใจกันง่ายๆ<br /> <br /> น้ำยาเคลือบสีรถส่วนมากทีรู้จักกันมี 3 ชนิด</span></u> <ul> <li style="font-size: 18px;"><span style="font-size:16px;">สเปรย์เคลือบสีรถส่วนมากนิยมใช้กันมากในกลุ่มคนรักรถ เพราะสเปรย์เคลือบสี ใช้ง่าย สะดวด รวดเร็ว แค่ ฉีดๆเช็ดๆ ง่ายต่อการเคลือบสีรถยนต์ แต่ส่วนผสมในสเปรย์นั้นจะไม่ค่อยเข้มข้นมากเท่าไร จะมีก็แต่บางยี่ห้อที ผสมน้ำยาได้เข้มข้น ยิ่งน้ำยาเข้มข้นมากยิ่งทำให้สีรถเงางามดูเหมือนไหม่อยู่เสมอ และเป็นแผ่นฟลิม์ปกป้องจากแสดงแดดไม่ให้มาทำลายสีรถและป้องกันรอยขีดข่วน ได้ดี</span></li> <li><font size="3">WAX แว๊กซ์ เคลือบสีรถยนต์ สินค้าตัวนี้สามารถขัดและเคลือบเงาได้เลย ใช้ผ้าไมโครหรือฟองน้ำ ป้ายที่เนื้อครีม แล้วก็มาลงเคลือบสีรถตามจุดที่ต้องการเคลือบได้เลยครับ WAX จะเป็นเนื้อครีม จะทำให้สีรถดูเงาและฉ่ำขึ้น ส่วนมากคนรักรถนิยมใช้กันมากพอสมควร เพราะใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว แค่ลงเคลือบสีไปให้ทั่วๆรถตามที่เราต้องการ จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดตามอีกที แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย หรือถ้ามีเครื่องขัดก็สามารถขัดบริเวณทีมีรอยขีดข่วนเพือลบรอยให้หายและดียิ่งขึ้น ยิ่งเคลือบหลายๆครั้งก็ยิ่งทำให้รถเงาขึ้น</font></li> <li><font size="3">ครีมเคลือบสีรถ CARNUABA (คาร์นูบาร์) ครีมเคลือบสีตัวนี้ อาจจะไม่ค่อยนิยมกันเท่าไร เป็นครีมทีใช้ในการเคลือบสีรถยนต์ อาจใช้เวลาในการเคลือบสีนานหน่อย แต่คุณภาพถือว่าโอเคเลยทีเดียว ทำไมถึงบอกเคลือบสีชนิดนี่ถึงใช้เวลา เพราะครีมเคลือบสีชนิดนี้จะมีคราบแป้งสีขาวๆ เพือให้เรามาขัดซ้ำอีกรอบเพื่อลบผงแป้งออกให้สะอาดจากตัวรถ ถึงจะดูเงางามขึ้น แต่สินค้าทีมีสูตร CARNUBA จะนิยมใช้กันมากกลุ่มร้านคาร์แคร์ เพราะเหมาะสำสำหรับลงเคลือบสีและใช้เครื่องขัดลงซ้ำ แต่สินค้าสูตร CARNUBA จะดูเงาฉ่ำมากขึ้น</font></li> </ul> <font size="3">​สรุปง่ายๆ คือทั้ง 3 ชนิดนี้ดี แต่ดีคนละอย่าง ลูกค้าแต่ละคนอาจชอบไม่เหมือนกัน แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลก็สอบถามมาทางร้านเราได้นะครับ เพราะทางร้านเราจะแนะนำสินค้าทีลูกค้าบอก ว่าใช้และดีจริงๆ และเป็นสินค้าทีนิยม เพื่อเป็นข้อมูลดีๆ ในการแนะนำลูกค้าและจะได้ตัดสินใจเลือกซื้อง่ายขึ้น</font> Mon, 26 Nov 2018 17:24:00 +0700 วิธีการใช้น้ำยาขจัดคราบน้ำทีติดบนกระจกรถยนต์ http://somnuknewshop.com/article/topic-66686.html <span style="font-size:18px;"><u><strong>น้ำยาขจัดคราบน้ำบนกระจกรถยนต์</strong></u></span><br /> <br /> <span style="font-size:16px;">น้ำยาขจัดคราบน้ำที่ฝั่งแน่นบนกระจก ไม่ว่าจะเป็นคราบน้ำบาลดาลหรือคราบแป้งดินสอพอง หรือคราบน้ำสกปรก คราบน้ำติดกระจกเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงยาก เพราะการที่เราขับรถตากลมตากฝน หรือไปเที่ยวตามทะเล แน่นอนไอเค็มจากน้ำทะเลก็จะสามารถลอยมาเกาะที่กระจกได้ หรือขับรถเจอน้ำตามท้องถนนที่สกปรกก็อาจกระเด็นใส่กระจกรถก็เป็นได้ตลอดเวลา เมื่อเกิดคราบขึ้นแล้ว เราควรดูแลกระจกที่คราบน้ำติดให้สะอาดและไม่เป็นคราบบนกระจก เพื่อเพิ่ม วิสัยทัศน์ในหารมอง น้ำยาขจัดคราบน้ำที่ติดกระจก สามารถแทรกซึมและละลายคราบสกปรกที่ฝั่งแน่นเป็นเวลานาน บนกระจกออกได้อย่างง่ายดาย และลวดเร็วโดยไม่เป็นอันตรายต่อกระจก และสามารถใช้ ได้กับกระจกสำนักงาน และอาคารต่างๆได้อีก<br /> <br /> <u><span style="font-size:18px;">ส่วนวิธีการใช้</span></u></span><u><span style="font-size:18px;">น้ำยาขจัดคราบน้ำทีติดบนกระจกรถยนต์</span></u> <ul> <li><span style="font-size:16px;">อย่างแรกเราควรล้างกระจกให้สะอาด ด้วยน้ำที่สะอาด และใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้แห้ง</span></li> <li><span style="font-size:16px;">หยดน้ำยาลงนผ้าไมโครไฟเบอร์ หรือฟองน้ำก็ได้ ประมาณ 2-3 หยด แล้วเช็ดบริเวณทีสกปรก ทีละส่วนเพื่อให้การขัดนั้นสะอาดทั่วถึงกัน คราบน้ำที่ติดฝั่งแน่นก็จะหายไปและสะอาดขึ้น</span></li> <li><span style="font-size:16px;">ล้างกระจกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง หลังจากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดให้แห้ง คราบน้ำที่ติดฝั่งแน่นก็จะหายไป ทำให้กระจกใส่ขึ้นเหมือนเดิม</span></li> </ul> <span style="font-size:16px;"><strong><span style="color:#FF0000;"><u>ข้อควรระวัง</u></span></strong></span> <ul> <li><span style="font-size:16px;">สวมถุงมือทุกครั้งขนาดใช้งาน เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเราแพ้หรือไม่แพ้น้ำยาขัดคราบน้ำบนกระจก</span></li> <li><span style="font-size:16px;">หลังจากใช้งานเสร็จควรล้างมือด้วยน้ำสบู่ อีกครั้ง</span></li> <li><span style="font-size:16px;">ห้ามเช็ดกระจกมองข้างรถยนต์ โดนเด็ดขาด</span></li> </ul> <span style="font-size:16px;">การขจัดคราบน้ำบนเราก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ แต่ก็ทำแบบระมัดระวังและความปลอดภัยตามคำแนะนำ</span><br /> <br /> &nbsp; Sat, 17 Nov 2018 11:58:00 +0700 ขั้นตอนการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนด้วยตัวเอง http://somnuknewshop.com/article/topic-66670.html <u><strong><span style="font-size:18px;">ขั้นตอนการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนด้วยตัวเอง</span></strong></u><br /> <br /> <span style="font-size:16px;">อย่างแรกการ ที่เราจะเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนรถยนต์ เราต้องเลือกสินค้าทีตรงรุ่นตรงขนาด อย่างเช่น ฝั่งคนขับ 24 ฝั่งคนนั่งข้างคนขับ 14 ประมาณนี้ครับ เพราะรถแต่ระรุ่นละยี่ห้อ จะมีขนาดของเขาอยู่แล้ว ดังนั้น การที่เราไปเลือกซื้อ ควรบอกรุ่นรถ ยี่ห้อรถ ปี ผลิต เพือจะได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามที่ต้องการ ถามว่าฟรีไซด์ใช้ได้มั้ยใช้ได้ครับ แต่บางทีก็จะไม่พอดีกับมาตราฐานเดิมครับ</span><br /> <br /> <strong><u><span style="font-size:18px;">ขั้นตอนการเปลี่ยนไม่อยากอย่างที่เราคิด</span></u></strong> <ul> <li><span style="font-size:16px;">ขั้นตอนแรก เมือเราซื้อใบปัดน้ำฝนมาเรียบร้อยแล้ว เราดูที่ใบปัดน้ำฝนอันเก่า อันไหนสั้นอันไหนยาว&nbsp;</span></li> <li><span style="font-size:16px;">ขั้นตอนที่สอง เราควรดูก่อนว่า ก่อนเราที่เราจะถอดขอเดิมออกมา รูปแบบเป็นแบบไหนเวลาใส่ จะได้ใส่ได่ง่ายตามที่รูปแบบเราถอดมา เพราะรถแต่ละยีห้อวิธีการถอดไม่เหมือนกัน</span></li> <li><span style="font-size:16px;">ขั้นตอนทีสาม ดูสลักที่เราจะถอด ส่วนมากจะมีให้ดึงสลักขึ้น แล้วค่อยๆเลื่อนใบปัดน้ำฝนออกจากแกนเหล็ก</span></li> <li><span style="font-size:16px;">ขั้นตอนที่สี พอถอดออกมาแล้วเราควร เอาใบปัดน้ำฝนที่ซื้อมาไหม่ ใส่กลับเข้าไป เหมือนเดิม ที่เราถอดของเก่าออกมา ทำทีละะขั้นตอนทีละข้างแบบไม่ต้องรีบ</span></li> <li><span style="font-size:16px;">ขั้นตอนที่ห้า พอใสใบปัดน้ำฝนเสร็จเรียบร้อย ก็อย่าลืมล็อกสลักเพือให้ใบปัดน้ำฝนแน่นและไม่หลุดขนาดใช้งาน</span></li> </ul> <u><span style="font-size:16px;">ขั้นตอนง่านๆ ในการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนด้วยตัวเอง</span></u> Wed, 14 Nov 2018 12:08:00 +0700 วิธีการใช้สเปรย์โฟมทำความสะอาดเบาะ http://somnuknewshop.com/article/topic-66669.html <span style="font-size:20px;"><u>วิธีการใช้สเปรย์โฟม Fashine1 ทำความสะอาดเบาะผ้า พรมกะหมะหยี่</u><br /> <br /> <span style="font-size:16px;">สเปรย์โฟม Fashine1 จะมีกลิ่นหอมเหมาะสำหรับทำความสะอาดภายในรถยนต์ ข้อดีคือขัดทำความสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำเช็ดออก เหมาะสำหรับคราบกาแฟ จารบี หรือคราบฝุ่นละอองต่างๆ ทีเปื้อนติดเบาะ ไม่สามารถใช้น้ำเช็ดออก&nbsp;</span><br /> <br /> <strong><u>ขั้นตอนการใช้มีดังนี้</u></strong></span> <ul> <li><span style="font-size:20px;"><span style="font-size:16px;">เขย่ากระป๋องสเปรย์โฟรม Fashine1 เพือทำให้น้ำยามีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น</span></span></li> <li><span style="font-size:20px;"><span style="font-size:16px;">ด้านบนฝากระป๋อง จะมีแปรงเพือสำหรับไว้ขัดเบาะทีมีรอยฝั่งแน่น เพือใช้ขัดทำความสะอาด</span></span></li> <li><span style="font-size:20px;"><span style="font-size:16px;">ฉีดสเปรย์โฟมลงบริเวณทีมีคราบเปรอะเปื้อน &nbsp;หลังจากนั้นใช้ด้านหัวที่เป็นแปรงขัดคราบสกปรก ทีต้องการทำความสะอาดออกใฃห้หมด</span></span></li> <li><span style="font-size:20px;"><span style="font-size:16px;">พอทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องล้างออกด้วยน้ำเปล่า สามารถใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดออกได้เลย</span></span></li> </ul> <span style="font-size:20px;"><u><span style="font-size:16px;">​ขั้นตอนง่ายๆ ในการดูแลรถยนต์ที่เรารัก สามารถทำได้ด้วยตัวเอง&nbsp;</span></u></span><br /> <br /> <br /> <br /> &nbsp; Wed, 14 Nov 2018 11:23:00 +0700 รถเปื้อนยางมะตอยทำอย่างไรดี http://somnuknewshop.com/article/topic-66109.html สเปรย์ขจัดคราบยางมะตอยและแมลง Fashine 1 PITCH CLEANER คุณสมบัติ สูตร สลายคราบสกปรกทุกชนิด ใหม่ ล่าสุดไม่มีส่วนผสมของน้ำยาขัดสี และสารละลาย ไม่ทิ้งคราบและรอยเปรอะเปื้อน สามารถขจัดคราบแมลงคราบยางมะตอย คราบสติ๊กเกอร์ คราบสกปรก ที่ฝังแน่นให้ออกอย่างง่ายดายและไม่มีผลต่อสีรถหรือแลคเกอร์ใสใดๆ วิธีใช้งาน 1.เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควรทำในที่ร่ม 2.เขย่าขวดก่อนใช้งานแล้วฉีดพ่นลงบริเวณที่ต้องการขจัดคราบสกปรกหรือคราบยางมะตอย 3.ฉีดทิ้งไว้ 1-2นาที แล้วใช้ผ้าหมาดๆ เช็ดคราบสกปรกออกแล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง 4.กรณีคราบฝังแน่นให้ทำซ้ำอีกครั้ง ขนาดบรรจุ 450 มิลลิลตร Tue, 06 Nov 2018 13:09:00 +0700 ทำไมต้องเคลือบสีรถยนต์ http://somnuknewshop.com/article/topic-66616.html <strong><span style="font-size:16px;"><u>ทำไมต้องเคลือบสีรถยนต์</u><br /> <br /> การเคลือบสีรถยนต์ช่วยให้สีรถไหม่ขึ้น และป้องกันรอยขีข่วนจากก้อนหินกระเด็นใส่รถ รอยขีดข่วนเกินจากขับรถเฉี่ยวกิ่งไม้ และช่วยปกป้องแสดงแดดที่ทำลายสีรถให้ซีดหรือด่างลง จนทำให้สีรถเสียหาย หรืออาจต้องทำสีรถไหม่ ค่าใช้จ่ายประมาณ 15,000-30,000 บาท &nbsp;เพราะฉะนั้นการเคลือบสีรถสำคัญพอสมควรกับกลุ่มคนรักรถ อาจไม่ต้องเคลือบบ่อยมาก เดือนประมาณสัก 2 ครั้ง ก็จะทำให้สีรถดูไหม่เสมอ และป้องกันแสงแดดที่ค่อยกัดกร่อนสีรถอีกด้วย<br /> <br /> <u>ผมมีตัวอย่างจากการไม่เคยเคลือบสีรถเลย</u><br /> จากการที่คุยกับคนรู้จักกัน เขาถามผมว่าทำไมสีรถเขาถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงสีด้านและสีลอก เคยไปเข้าร้านคาร์แคร์ จ้างเขาขัดสีที่เป็นรอยด่าง แต่ก็ขัดไม่ออก เจ้าของร้านคาร์แคร์บอกว่ามีทางเดียว คือทำสีรถไหม่ เพราะแสงแดดกัดสีรถจนไม่สมารถ ขัดให้รอยด่างนั้นหายได้<br /> <br /> <span style="color:#FF0000;"><u>บทความนี้คงช่วยให้ทุกคนได้ความรู้จากการเคลือบสีรถพอสมควรนะครับ..ถ้ามีสาระดีๆจะเอามาลงให้ทุกคนอ่านอีกนะครับ</u></span></span></strong><br /> &nbsp; Tue, 06 Nov 2018 13:04:00 +0700 การลอกคราบสติ๊กเกอร์เป็นเรื่องง่ายๆ http://somnuknewshop.com/article/topic-66290.html <span style="color: rgb(84, 84, 84); font-family: Helvetica, arial, sans-serif; font-size: 16px; line-height: 25px; background-color: rgb(255, 255, 255);">การลอกสติกเกอร์ออกจากพลาสติกควรจะเป็นเรื่องง่ายกว่าความเป็นจริง แต่การทำให้กาวติดพลาสติกนั้นยากมาก ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงใช้สารยึดติดที่มีความแข็งแรงสูงเพื่อทำให้ป้ายติดแน่น ไม่ว่าคุณจะลอกสติกเกอร์ไม่ออก หรืออยากจะทำความสะอาดเศษสติกเกอร์ที่ติดค้างอยู่ มันก็มีหลายวิธีที่ใช้ได้ผลและลองทำได้เองที่บ้าน ด้วยสเปรย์ลอกคราบสติกเกอร์ GETSUN คราบสติ๊กเกอร์ก็จะออกแบบง่ายดาย</span> Sun, 15 Jul 2018 17:43:00 +0700 การเคลือบสีรถด้วยตัวเอง http://somnuknewshop.com/article/topic-66293.html <table border="0" cellpadding="0" cellspacing="0" style="color: rgb(0, 0, 0); font-size: 14px; background-color: rgb(255, 255, 255);" width="100%"> <tbody> <tr> <td valign="top"> <div class="myready-article-content-0" id="myready-article-content" style="width: 630px; position: relative; z-index: 1;"> <div id="myready-article-content-border-top">&nbsp;</div> </div> </td> </tr> <tr> <td valign="top"> <div id="article-category-details"><span style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 16px; line-height: 20.7999992370605px;">การเคลือบสีรถด้วยตัวเอง<br /> เคลือบสีรถ คุณจะเคลือบบ่อยแค่ไหนก็ได้ครับ เคลือบสีรถ ทุกครั้งหลังจากที่คุณล้างรถก็ได้ หรือถ้าแนะนำก็ 2 อาทิตย์ครั้งนึง แต่ไม่แนะนำให้เว้นระยะไปนานๆ เคลือบสีรถ ไว้ซักเดือนละครั้งก็ยังดีนะครับ การ เคลือบสีรถ บ่อยๆจะเป็นการปกป้องผิวสีรถของคุณได้ ทั้งยังเป็นผลดีกับชั้นสีจริงของรถไม่ให้ถูกทำลายจากสภาพแวดล้อมต่างๆได้ด้วย ยิ่งถ้ารถของคุณเป็นรถสีขาวด้วยแล้ว ต้องหมั่นดูแลรักษารถ เคลือบสีรถ ไว้จะไม่ทำให้เกิดคราบเหลือง คราบหมอง ไม่อย่างนั้นถ้าคุณไม่ดูแลรถ ไม่เคลือบสีรถไว้เลย พอถึงเวลาที่สีรถเริ่มมีปัญหา คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากพอดู ในการปรับสภาพผิวสีรถให้กลับมาสดใสเงางามเหมือนเดิม ส่วนแว็กซ์ที่ใช้ เคลือบสีรถ ก็แล้วแต่กำลังทรัพย์ของแต่ละท่านครับ แต่ควรเลือก แว็กซ์เคลือบสีรถ ที่มีคุณภาพดี มีคุณสมบัติที่สามารถปกป้องรถของคุณได้จริงๆนะครับ ส่วนยี่ห้อและความเงางามของ แว็กซ์เคลือบสีรถ ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคุณนะครับ ใช้แว็กซ์อันไหนแล้วรู้สึกว่าดี รู้สึกว่าชอบก็หาซื้อติดรถเอาไว้ครับ และถ้ามีเวลาก็ล้างรถแล้ว เคลือบสีรถ ด้วยตัวเองก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทางด้วย</span></div> </td> </tr> <tr> <td valign="top"> <div class="myready-article-content-0" id="myready-article-content" style="width: 630px; float: left; position: relative; z-index: 1;"> <div class="myready-article-content-background" id="myready-article-content-background" style="width: 620px; height: 92px; position: absolute; left: 5px; top: 5px; z-index: -1; background-image: initial; background-attachment: initial; background-size: initial; background-origin: initial; background-clip: initial; background-position: initial; background-repeat: initial;">&nbsp;</div> <div id="myready-article-content-border-top"> <div id="myready-article-content-border-lefttop" style="float: left; height: 19px; width: 21px; background: url(http://www.myreadyweb.com/images/border_lib/1/content/ffffff/border0_ffffff_top_left.gif) 0% 0% no-repeat scroll transparent;">&nbsp;</div> </div> </div> </td> </tr> </tbody> </table> Mon, 11 Jun 2018 16:52:00 +0700 การขัดเบาะพรมผ้ากำมะหยี่แบบง่ายๆ http://somnuknewshop.com/article/topic-66291.html <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 1.5em; font-family: 'Open Sans'; color: rgb(33, 33, 33); font-size: 14px; line-height: 22.399999618530273px; text-align: justify; background-color: rgb(255, 255, 255);">ทุกวันนี้ค่ายรถต่างๆ&nbsp;จะมีออฟชั่นแถมฟรีในเรื่องของเบาะหนังออกมาให้ผู้ซื้อได้เลือกกันมากมาย แต่บางคนกลับเลือกที่จะเอาเบาะผ้าหรือเบาะกำมะหยี่แทนที่จะเอาเบาะหนัง เพราะเนื่องจากมันนั่งสบายกว่า นุ่มกว่า และเวลาจอดรถตากแดดเบาะมันไม่ร้อนแสบก้นแสบขาเท่าเบาะหนัง แต่มันก็แล้วแต่คนชอบด้วยแหละว่าจะเลือกแบบไหน แต่ถ้าคนที่ชอบเบาะผ้าหรือเบาะกำมะหยี่ควรฟังซักหน่อยคะ&nbsp;เพราะเบาะเหล่านี้มันเป็นแหล่งรวมเชื้อโรค กักเก็บฝุ่น ละอองต่างๆ เป็นอย่างมาก และถ้ามีน้ำหกบนเบาะแล้วล่ะก็&hellip;&hellip;.กลิ่นอับทั่วห้องโดยสารแน่นอนคะ วันนี้เรามีวิธีทำความสะอาดง่ายๆ แค่ไม่กี่ขั้นตอนมาฝากเพื่อนๆ กันคะ</p> <ol style="box-sizing: border-box; margin-top: 0px; margin-bottom: 10px; color: rgb(33, 33, 33); font-family: 'Open Sans'; font-size: 14px; line-height: 22.399999618530273px; text-align: justify; background-color: rgb(255, 255, 255);"> <li style="box-sizing: border-box;">กำจัดฝุ่นโดยใช้ไม้หรือมือตีไปที่เบาะผ้าหรือเบาะกำมะหยี่ของเรา เมื่อฝุ่นละอองลอยขึ้นมา เราก็ใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดสิ่งสกปรกเหล่านั้น</li> <li style="box-sizing: border-box;">ใช้ผ้าหรือแปรงมาลูบบนเบาะให้ทั่ว</li> <li style="box-sizing: border-box;">ใช้มือหรือไม้ ตีไปที่เบาะผ้าหรือเบาะกำมะหยี่ แล้วดูดฝุ่นอีกครั้ง เพื่อกำจัดฝุ่นที่ตกค้างออกไปให้หมด</li> <li style="box-sizing: border-box;">ใช้ผ้าชุบน้ำเปล่าหมาดๆ มาลูบที่เบาะ (เมื่อมีรอยเปื้อนคราบต่างๆ ) เสร็จแล้วใช้น้ำยาขัดเบาะ GET SUN ขัดเบาะและคราบสกปรกออก&nbsp;</li> </ol> Mon, 11 Jun 2018 16:47:00 +0700 วิธีการดูแลทำความสะอาดผ้าชามัวร์ http://somnuknewshop.com/article/topic-66292.html <h3><span style="font-size:16px;"><strong style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(207, 226, 243);"><font color="#0000ff">วิธีการซักผ้าชามัร์</font></strong></span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">ทุกครั้งที่ใช้อุปกรณ์ ล้าง-เคลือบ-ขัดเงารถ( &nbsp;ผ้าชามัวร์ &nbsp;)&nbsp; ควรซักล้างให้สะอาด เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้ในครั้งต่อๆไป และมั่นใจได้ว่าไม่ทำให้เกิดรอยบนรถเงางามของเรา</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <strong style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(207, 226, 243);"><font color="#0000ff">ข้อควรหลีกเลี่ยง</font></strong><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">1. ผงซักฝอก มีส่วนผสมของโซดาไฟ ทำให้อุปกรณ์เสียเร็วขึ้น ทำให้คุณสมบัติของเส้นใยผ้าแข็ง ด้อยคุณภาพลง&nbsp;</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">2. น้ำยานิ่ม ไม่จำเป็นครับ เพียงใช้สบู่ก็นิ่มพอแล้วครับ</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">3. อย่าตากแดด นะครับ แสงแดดทำให้เส้นใยของผ้าแข็งกรอบ และเสื่อมเร็วขึ้น ควรตากในที่ร่ม ให้แห้งไปเอง</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <br style="font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;" /> <font color="#0000ff" style="font-family: arial; font-size: 13px; line-height: 16.66666603088379px; background-color: rgb(207, 226, 243);"><strong style="font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">วิธีการซักไมโครไฟเบอร์ ผ้าชามัร์และฟองน้ำ</strong></font><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">1. ซักด้วยน้ำเปล่าก่อน ให้คราบที่ไม่ฝั่งแน่นออกไปก่อน&nbsp;</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">2. บิดพอหมาดๆให้น้ำเหลืออยู่บ้าง</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">3. วางผ้าบนที่รองรับสะอาด ถูกด้วยสบู่ก้อนให้ทั่วทุกๆด้าน ถูกสบู่ซ้ำตรงจุดที่เปื้อนสกปรกมากๆเพิ่ม</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">4. ซักและขยี้ด้วยมือให้สะอาด</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">5. ซักล้างด้วยน้ำเปล่า 1-2 รอบ</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">6. บิดให้แห้ง แล้วสบัด ตากในที่ร่มให้แห้งไปเอง&nbsp; อย่าให้โดนแดด</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">&nbsp; &nbsp; สำหรับผ้าชามัวร์ ไม่ต้องตากผึ่งลมครับ ให้ม้วนเก็บในกล่องและปิดฝา(กล่องที่มากับผ้าครับ)&nbsp;</span><br style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px; background-color: rgb(231, 234, 239);" /> <span style="color: rgb(64, 64, 64); font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; text-align: -webkit-auto; font-size: 12px; line-height: 17px;">&nbsp; &nbsp; ผ้าชามัวร์ต้องการให้ชื้นอยู่ตลอดเวลา ผ้าจะไม่แข็ง ด้านที่เป็นเนื้อยางจะไม่แตก</span></h3> Mon, 11 Jun 2018 16:46:00 +0700 น้ำยาเคลือบเงา รักษายางรถยนต์ http://somnuknewshop.com/article/topic-66289.html <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">น้ำยาเคลือบเงา รักษายางรถยนต์ ผลิตจากซิลิโคนคุณภาพสูง ใช้เคลือบยางรถยนต์ ยางคิ้วรถ ยางกันชน ยางขอบกระจก และอุปกรณ์ที่เป็นยางทุกชนิด ให้เงางามทนทาน ดูใหม่อยู่เสมอ ป้องกันยางไม่ให้กรอบแตกซีด คงทนต่อการชะล้างได้ดี รวมทั้งน้ำไม่เกาะยาง แก้มยางที่เปื้อนโคลนก็สามารถล้างออกได้ง่าย&nbsp;</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">วิธีใช้ : หลังจากล้างทำความสะอาด</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">&nbsp;แบบสเปรย์&nbsp;(ฉีดสเปรย์ให้ทั่วแก้มยาง แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้น้ำยาเซ็ทตัวจนแห้ง)</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">ผลลัพธ์</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">- ให้ความดำ ติดทนได้นาน และใหม่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">- น้ำไม่เกาะ/สุนัขไม่ฉี และช่วยป้องก้นไม่ให้คราบน้ำสิ่งสกปรกต่างๆเกาะติดแก้มยาง</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">- ช่วยรักษายืดอายุให้แก้มยาง ไม่แห้งกรอบจากแสง UV</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">คำเตือน/วิธีเก็บรักษา :&nbsp;</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">- เก็บไว้ในที่มิดชิด ให้ห่างจากเด็ก อาหาร และสัตว์เลี้ยง</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">- ระวังอย่าให้เข้าตา หากเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด และให้รีบพบแพทย์ถ้ายังไม่หาย</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">การดูแลรักษา :</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">- เพียแค่ฉีดน้ำ ทั้งฝุ่นละออง และคราบสิ่งสกปรก็หลุดออกอย่างง่ายดาย</p> <p style="box-sizing: border-box; margin: 0px 0px 10px; color: rgb(102, 102, 102); font-family: roboto, sans-serif; font-size: 14px; line-height: 20px;">แนะนำ : ควรใช้อย่างเป็นประจำ และใช้ได้ดีกับทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูฝน</p> Mon, 11 Jun 2018 14:30:00 +0700