ถ้าเอ่ยถึง ประกันชั้น 1หลายท่านก็คงรู้จักดี เพราะเป็นประกันที่ที่เบี้ยค่อนข้างสูง แต่ความคุ้มครองก็สูงตามไปด้วย เหมาะสำหรับรถใหม่ที่เพิ่งออกจากศูนย์ หรือรถยังไม่เกิน 7 ปี ที่คนขับอาจจะเป็นมือใหม่ ซึ่งประกันประเภทนี้จะคุ้มครองทุกกรณีไม่ว่าจะ มีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม
(แต่ในกรณีการเคลมที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้อาจจะมีค่าเสียหายส่วนแรกที่ทางคปภ.เป็นผู้กำหนดไว้บ้าง) เบี้ยอยู่ในระดับตั้ง แต่ หมื่นต้นๆ จนถึง หมื่นปลายๆ สำหรับรถญี่ปุ่น ส่วนอีกประเภทนึงซึ่งหลายคนรู้จักและนิยมทำกันก็คือประกันประเภท 3 สำหรับประกันประเภทนี้เป็นประกันที่เบี้ยค่อนข้างถูก แต่ความคุ้มครองก็ตามระดับของเบี้ย คือจะคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเท่านั้นไม่สามารถซ่อมรถเราในกรณีที่เกิดเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายผิด หรือถูก สำหรับประกันประเภท3 ที่ราคาถูก อาจจะไม่มีประกันอุบัติเหตุ และ ค่ารักษาพยาบาลพ่วงมาให้ เหมาะสำหรับ ผู้ใช้รถที่ขับรถดี และรถที่ใช้งานมานาน หรือรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เบี้ย ก็จะอยู่ที่หลักพันกว่าจนถึงสองพันกว่าเท่านั้นแล้วแต่ความคุ้มครอง
ซึ่งถ้าเทียบระหว่างประกันชั้น 1 ซึ่งราคาค่อนสูง แต่คุ้มครองทุกกรณี กับประกันชั้น3 ที่ราคาค่อนข้างต่ำ แต่คุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น ที่บริษัทประกันหลายแห่งนำมาเพื่อเน้นการขายแต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์กับลูกค้าบางจำพวกที่ต้องการ เบี้ยประกันระดับกลางแต่คุ้มครองมากกว่าชั้น3 ก็เลยทำให้มีประกันเภท5 เกิดขึ้น หรือที่เข้าใจง่ายๆ คือประกัน 2+ กับ 3+ นั่นเอง ประกันประเภทนี้ถูกคิดค้นเมื่อปี 2548 โดยบริษัทเอเชียประกันภัย เพื่อลดช่องว่างของประกันประเภท 1 และ 3 ก็เลยทำให้สามารถตอบโจทย์กับลูกค้าหลายคนได้ดี โดยเฉพาะ ลูกค้าที่มีรถที่ใช้งานมาแล้วระยะเวลาหนึ่ง ไม่ใช่รถใหม่ หรือ ผู้ขับขี่ที่ขับขี่รถได้ดีแต่ไม่อยากจะทำประกันประเภท 1 เพราะราคาสูงไป และไม่อยากทำประเภท 3เพราะคุ้มครองน้อยไป จนประกันประเภทนี้เป็นที่นิยมทำให้บริษัทประกันหลายบริษัทได้ทำตามขึ้นมา
เราลองมาดูกันว่าประกันประเภท 2+ และ 3+ และประกัน 3 พิเศษ คุ้มครองอะไรได้บ้าง
ประกันประเภท3+ คุ้มครองคู่กรณี ทั้งทรัพย์สิน และ บุคคล และยังคุ้มครอง รถของผู้ทำประกันด้วย โดยมีข้อบังคับว่า จะคุ้มครองเฉพาะยานพาหนะทางบก ที่มีการลงทะเบียนไว้กับกรมการขนส่ง เท่านั้น แต่บาง บริษัทก็อลุ่มอล่วย สำหรับให้แค่คู่กรณีเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนกับกรมการขนส่งก็ได้ เช่นรถจักรยานไฟฟ้า เบี้ยจะอยู่ที่ประมาณ 5,000++ ถึง 7,000 สำหรับประกัน3+ ที่ราคาถูกอาจจะมีค่าเสียหายส่วนแรกกรณีที่เป็นฝ่ายผิดอยู่ที่2,000 บาท
ประกันประเภท 2+ จะเหมือนกับประกันประเภท 3+ ทุกประการแต่จะเพิ่มการคุ้มครอง รถหาย รถไฟไหม้ ด้วยครับ ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 6,500++ถึง 9,000 ทุนคุ้มครองรถ ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป สำหรับ 2+ ที่ราคาถูกๆอาจจะมีค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาทกรณีเป็นฝ่ายผิด
ประกันประเภท 3 พิเศษ ก็แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ล่ะบริษัท ซึ่งบางบริษัทอาจจะมีข้อกำหนดให้คุ้มครองรถคู่กรณีแบบประกันชั้น3 แต่ มีความคุ้มครองเพิ่มเติม ตรงที่ ถ้ารถผู้เอาประกัน โดนรถคู่กรณีที่ไม่มีประกัน เฉี่ยวชน ก็สามารถแจ้งเคลมกับบริษัทได้ โดยไม่ต้องไปเรียกร้องค่าเสียหายเองกับคู่กรณี
สำหรับประกันทางเลือกดังนี้ที่ได้กล่าวก็มีโดยรายละเอียดเบื้องต้นเท่านี้ สำหรับผู้ที่ต้องการรายล่ะเอียดเพิ่มเติมสามารถที่อินบ๊อกเฟสบุ๊คเข้ามาถามได้ครับ 

เอเชีย 3+ สแตนดาร์ด ไม่ว่ารถ เก๋ง กระบะ รถตู้ ก็สามารถทำได้ราคาเดียวกัน เพียง 6,800 บาท แต่คุ้มครอง ครอบคลุมถึงรถทุกชนิดที่เป็นพาหนะทางบกที่มีล้อ เช่นขับไปชนกับ คู่กรณีที่เป็น สามล้อปั่น ซาเล้ง หรือแม้แต่จักรยานก็เคลมได้ มีค่าเสียหายส่วนแรกแค่ 2,000 ในกรณีที่เป็นฝ่ายผิด

เอเชีย 2+ 35up คุ้มครองรถชนรถ รถหาย โดยถ้ารถผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด แต่ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว ณ.ที่เกิดเหตุ มีอายุ ตั้งแต่ 35 ปีขึ้นจะไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ถ้าอายุต่ำกว่า 35 ปีจะมีค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาทเท่านั้น มีทุนซ่อมรถ รถหาย ไฟไหม้ ตั้งแต่ 100,000บาทขึ้นไป ด้วยเบี้ยเริ่มต้น แค่ 5,900 บาทเท่านั้น

เอเชีย 3 กันชน เป็นประกันชั้น 3 ที่มีความคุ้มครองเพิ่มเติม ในกรณีที่รถผู้เอาประกันโดนรถคู่กรณีที่ไม่มีประกันเฉี่ยวชน (รถผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก รถคู่กรณีไม่มีประกัน) บริษัทจะเคลมให้รถผู้เอาประกันด้วยทุนซ่อมถึง 100,000 บาทโดยที่ผู้เอาประกันไม่ต้องไปเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีเอง